BOSK Logo

Fiber Optic · Enterprise Network

เดิน Fiber Optic Backbone ระหว่างชั้นหรืออาคาร พร้อมอ่านผล OTDR

เชื่อมอาคารแล้วลิงก์แกว่งหรือมี loss สูง แต่ไม่มีเอกสารว่าจุดต่ออยู่ตรงไหน หรือใช้ผล OTDR โดยไม่รู้ว่า event ที่พบหมายถึงอะไร

แนวทางสั้น ๆ

สำรวจระยะและเส้นทาง เลือก single-mode/multimode ให้ตรงกับ optics และอุปกรณ์ วางแผน termination และทดสอบ insertion loss ร่วมกับ OTDR เมื่อเหมาะกับระยะ/ข้อกำหนด

ออกแบบ Backbone ก่อนสั่งสาย

ระบุระยะ จำนวน core เส้นทางภายใน/ภายนอกอาคาร จุด splice และชนิด connector ตรวจ transceiver wavelength, data rate และงบ optical power ของอุปกรณ์ทั้งสองฝั่ง รวมถึงเผื่อ core สำรองและแนวทางซ่อมบำรุง

  • Single-mode มักใช้กับระยะไกลและการเชื่อมต่อระหว่างอาคาร ส่วน multimode ใช้ตามข้อจำกัดระยะ/อุปกรณ์ภายในไซต์
  • ตรวจ bend radius, conduit, การป้องกันน้ำ และข้อกำหนดอัคคีภัยของอาคาร
  • ติดป้ายกำกับทั้งสองด้านและบันทึกเส้นทาง/หมายเลข core

ใช้เครื่องทดสอบให้ตรงวัตถุประสงค์

วัด insertion loss ด้วยแหล่งกำเนิดแสงและ power meter หรือ OLTS ตามเกณฑ์ตรวจรับ ส่วน OTDR ช่วยระบุตำแหน่ง event, splice หรือจุดสะท้อนตามระยะและความละเอียดของการตั้งค่า ต้องเลือก launch/receive fiber และ pulse width ให้เหมาะ ไม่ใช้ trace เพียงอย่างเดียวแทนผล loss end-to-end

สูตรและหลักประเมิน

งบ Optical Power เบื้องต้น

กำลังส่ง Tx − ความไวรับ Rx − loss รวมของสาย/connector/splice = margin ที่เหลือ

ใช้ค่าและเกณฑ์จาก datasheet ของ transceiver รวม engineering margin และสภาพแวดล้อมตามมาตรฐานโครงการ

ตารางเปรียบเทียบและตรวจสอบ

การทดสอบใช้ตอบคำถามข้อจำกัด
OLTS / Power Meterloss end-to-end ผ่านลิงก์เท่าไรต้องตั้ง reference และทดสอบทิศทางตามวิธีที่กำหนด
OTDRevent หรือจุดผิดปกติอยู่ห่างจากต้นทางเท่าไรความละเอียดขึ้นกับ pulse width, dead zone และการตั้งค่า
ตรวจ polarity/continuityต่อ core และคู่ส่งรับถูกต้องหรือไม่ไม่ยืนยันคุณภาพ loss ของลิงก์ทั้งหมด

ต้องการสำรวจหน้างานหรือขอใบเสนอราคา?

ติดต่อ BOSK เพื่อนัดสำรวจหน้างานและขอใบเสนอราคาฟรีในนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง